วันอังคาร 24 เมษายน 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวโซเชียล > เผย สาววัย 14 ตั้งกลุ่มขายตัว-เสพยา เน้นลูกค้าข้าราชการสูงวัย..

เผย สาววัย 14 ตั้งกลุ่มขายตัว-เสพยา เน้นลูกค้าข้าราชการสูงวัย..

หมวดหมู่ : ข่าวโซเชียล 12 ธันวาคม 2017 เปิดอ่าน 555 ครั้ง

อดีตนักเรียนหญิงม. 2 เผยเพื่อนรวมกลุ่มขายบริการทางเพศ หาเงินเที่ยวกลางคืน มีลูกค้าประจำเป็นชายสูงอายุ-ข้าราชการ ใช้การโทรตามไปรอตามม่านรูดชานเมือง ครูโรงเรียนมัธยมย้ำพยายามให้โอกาสทุกคน เคยล่อซื้อเพื่อกำจัดต้นตอหัวหน้ากลุ่ม ด้านสาธารณสุขเปรยเด็กขาดความเข้าใจเสี่ยงท้อง-ติดโรค-ทำแท้ง จิตแพทย์ชี้ทุกฝ่ายต้องร่วมกันจัดการปัญหา หยุดโทษเด็กฝ่ายเดียว

กรณีปัญหาการค้าประเวณีในวัยรุ่นที่ยังคงเกิดขึ้นในสังคม ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า พบเด็กอายุ 14 ปี โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคามตั้งกลุ่มเปิดขายบริการทางเพศ อีกทั้งเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่งผลให้เกิดปัญหาการท้องในวัยเรียนและการทำแท้งตามมา

น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี อดีตนักเรียนโรงเรียนในจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า เพื่อนในกลุ่มของตนหลายคนขายบริการทางเพศ ตนจึงรู้เรื่องราวค่อนข้างละเอียด ซึ่งในชั้นเรียนมีคนขายบริการ 5-6 คน หากรวมชั้นอื่นๆ ในโรงเรียนคาดการณ์ว่าน่าจะประมาณ 20-30 คน โดยการขายบริการดังกล่าวจะจับกลุ่มขายเป็นแก๊งค์โดยมีหญิงคนกลางเป็นผู้ติดต่อลูกค้าให้ อีกทั้งยังมีการชักชวนกันเข้ากลุ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการขายบริการต่อครั้งจะได้เงินประมาณ 1,000 บาท ต้องหักค่านายหน้าออก 300 เหลือ 700 บาท ในส่วนของการขายบริการแต่ละครั้งแขกที่มาซื้อจะไม่มีการสวมถุงยางอนามัย และถ้าทำนอกเหนือจากการขายบริการ เช่น การใช้ปากอมอวัยวะเพศ ก็จะได้รับเงินเพิ่มขึ้น

น.ส.เอ เล่าต่อว่า กลุ่มเพื่อนที่ขายบริการมีการพูดถึงการซื้อและขายเสพยาเสพติด ซึ่งเพื่อนของตนเล่าให้ฟังว่าทุกครั้งก่อนที่จะขายบริการจะเสพยาเสพติดก่อน เพราะเมื่อเสพแล้วจะตื่นตัวและรับแขกได้จำนวนมาก โดยจุดเริ่มต้นของการขายบริการทางเพศของเพื่อนคนนี้เริ่มต้นที่ผับดังแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นสถานที่ในการดื่มสุรา โดยจะติดต่อแขกออกไปหรืออาจมีสายโทรเรียกให้ออกไปหาที่รีสอร์ท ซึ่งแขกที่รับเป็นข้าราชการวัย 40-50 ปี โดยการให้บริการไม่ได้จำกัดเวลา

“เมื่อถึงเวลาที่จะขายบริการทางเพศ เพื่อนจะโกหกครอบครัวว่าต้องไปทำงานที่โรงเรียนหรือไม่ก็จะหนีออกมาจากบ้าน ซึ่งทำกันแบบนี้อยู่เป็นประจำ จนเพื่อนบางคนถูกพ่อแม่จับได้ หากเรื่องราวบานปลายถึงทางคุณครู จะถูกเชิญให้ออกจากโรงเรียน” น.ส.เอ กล่าว

น.ส.เอ เผยต่อไปว่า เพื่อนที่ขายบริการมีหลายคนที่ตั้งครรภ์ ซึ่งส่วนมากจะทำแท้งโดยการสั่งซื้อยาในอินเทอร์เน็ต แต่ก็มีบางคนที่รอจนคลอด โดยเมื่อทำแท้งหรือคลอดแล้วก็จะกลับมารับแขกต่อ ซึ่งจะมีพฤติกรรมแบบนี้ซ้ำๆ

“เรายังคงมองพวกเขาเป็นเพื่อนที่ไปมาหาสู่กันปกติ ไม่ได้รังเกลียดอะไร อาจเป็นความต้องการของเขาเอง ซึ่งในกลุ่มของเรามีทั้งคนที่เต็มใจและไม่เต็มใจ บางคนทำเพราะอยากได้เงินไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ราคาแพงๆ บางคนทำเพราะความจำเป็น ซึ่งถ้าให้เขากลับไปเรียนเขาก็คงไม่กลับไป ” น.ส.เอ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านคุณครูสมศรี (นามสมมุติ) ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม ให้ข้อมูลว่า การดูแลนักเรียนในส่วนพฤติกรรมนั้นคุณครูทุกคนในโรงเรียนจะร่วมกันดูแล โดยใช้หลักการว่าครูทุกคนคือครูแนะแนว ซึ่งในการดูแลพฤติกรรมเด็กมีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี ด้านที่ดีคือการสนับสนุนให้เด็กได้รับการศึกษาที่ดีเจริญก้าวหน้า ส่วนที่ไม่ดีคือทำอย่างไรเด็กถึงจะมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น เพื่อที่เด็กจะปรับตัวเข้าหาเพื่อนได้ และกลับมาเรียนได้ปกติ

คุณครูสมศรี กล่าวต่ออีกว่า หากเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด และทางโรงเรียนไม่สามารถควบคุมหรือช่วยเหลือได้ จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลให้ดูแลต่อรักษาต่อ ส่วนเรื่องการขายบริการจะมีการประสานงานไปทางตำรวจ โดยมีการล่อซื้อเพื่อจะสาวไปยังผู้บงการ ส่วนกรณีเด็กตั้งครรภ์ทางโรงเรียนได้มีการอนุโลมให้ศึกษาต่อได้ และจะมีการพูดคุยกับผู้ปกครองเพื่อจัดระบบให้เด็กได้ปรับตัวใหม่ แต่โดยส่วนใหญ่เด็กที่ตั้งครรภ์จะอายและตัดสินใจลาออกเอง

“ทางโรงเรียนเรามีนโยบายออกเยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคน ฉะนั้นช่วงเทอมที่สองนักเรียนและครูจะมีความคุ้นเคยกันมากขึ้นการที่ครูลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเด็กจะทำให้ครูรับรู้พื้นฐานครอบครัวเด็กมากขึ้นในส่วนเด็กที่มีพฤติกรรมน่าเป็นห่วงทางโรงเรียนจะประสานไปยังผู้ปกครองให้รับรู้ปัญหาเพื่อที่จะได้ช่วยกันแก้ไขได้ทัน” ครูสมศรี กล่าวทิ้งท้าย

ในมุมมองของแพทย์ด้านจิตเวช พญ.วนาพร วัฒนกูล ตำแหน่งนายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลขอนแก่น กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวมีสาเหตุหลักๆมาจากพื้นฐานสังคม ได้แก่ ระบบการศึกษา ระบบเศรษฐกิจ ครอบครัว ซึ่งเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าตัวเด็กเจออะไรมาบ้างในชีวิต สภาพแวดล้อม สังคม ความเป็นอยู่ สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เด็กเกิดปัญหา ซึ่งสุดท้ายแล้ว เมื่อเกิดปัญหาสังคมได้แต่โทษเด็กแทนที่จะหาสาเหตุ

“ในมุมมองของหมอ มองว่า มันเป็นกรรมร่วมกันของสังคม โดยเรามีส่วนทำให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งไม่ใช่แค่ครอบครัวนี้ครอบครัวเดียวหรือพื้นที่นี้พื้นที่เดียว แต่ปัญหาคือเราต้องสืบย้อนกลับไปว่านอกจากเรื่องครอบครัวแล้ว อาจมีปัจจัยในเรื่อง มุมมองทางการศึกษา การคาดหวังของสังคม ซึ่งสังคมไปคาดหวังกับกลุ่มคนกลุ่มเดียว บ้างโทษสังคม โทษโรงเรียน โทษอาจารย์ ซึ่งที่จริงแล้วเราควรดึงทุกๆฝ่ายเข้ามาคุยกันมากกว่า” พญ.วนาพร กล่าว
ด้าน น.ส.เยาวลักษณ์ บระวัฒน์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ให้ข้อมูลว่า ปัญหาเด็กท้องในวัยเรียน ทางออกสำหรับเด็กทุกวันนี้คือการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่ออายุครรภ์ไม่ถึง 12 สัปดาห์ ผู้ปกครองและเด็กยินยอม ซึ่งการทำแท้งมองได้หลากหลายปัจจัย โดยอาจเกิดจากการท้องไม่พร้อม เด็กกำลังศึกษาอยู่ การถูกข่มขืน หรือฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว หากในกรณีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ หรือเด็กอายที่ต้องอุ้มท้อง ท้องโต ไม่มีที่ไป กลัวโดนนินทา ทางหน่วยงานจะมีบ้านพักสำหรับเด็กและแม่ตั้งแต่อุ้มท้องจนคลอด ซึ่งเมื่อคลอดเด็กแม่คนไหนไม่พร้อมที่จะรับเลี้ยง ทางหน่วยงานจะจัดหาผู้ที่มีความพร้อมรับเลี้ยงแทน

“กรณีเด็กที่ขายบริการทางเพศ ส่วนมากเขาจะไม่ยอมเข้ามาปรึกษากับทางสาธารณะสุข โดยเขาจะจัดการชีวิตของเขาเอง ซึ่งมันคือการทำผิดซ้ำๆ วนเวียนอย่างนั้นจนกลายเป็นวัฏจักร เริ่มจากการขายบริการ พอท้องก็ต่อด้วยการทำแท้ง ซึ่งส่วนมากก็สั่งซื้อยาทำแท้งในอินเทอร์เน็ต จากนั้นก็นำมาใช้อย่างไม่ถูกวิธี โดยการกินหรือการเหน็บผลข้างเคียงที่จะตามมาคือการตกเลือด มดลูกไม่ปิด เลือดไหลไม่หยุด ซึ่งอันตรายมาก” นักวิชาการสาธารณะสุข กล่าว

สำหรับการป้องปรามปัญหา ร.ต.อ.อิสระ ปุรณะ รองสารวัตรป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม ให้ข้อมูลว่า ช.ม.ส. หรือ ชุดชุมชนและมวลชนสัมพันธ์สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม เป็นกระบวนการทำงานเชิงรุกเข้าไปในชุมชน เน้นในเรื่องยาเสพติด ซึ่งปัจจุบันราคายาเสพติดมีราคาถูกลง เด็กและวัยรุ่นจึงเข้าถึงได้ง่าย ซื้อ ขาย เสพ กันมากขึ้น ซึ่งในด้านกฎหมายเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เมื่อถูกจับจะยังถือว่าเป็นเยาวชน จะมีคำร้องขอให้ศาลสั่งตัวให้ผู้ต้องหาเข้าสู่ระบบการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยที่เด็กต้องยินยอมในการเข้ารับการบำบัด ในส่วนนี้เราก็ต้องให้โอกาสเด็ก เพื่อที่เขาจะได้กลับเข้ามาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติเหมือนเด็กคนอื่นๆ

“เราจะออกตรวจตราหนึ่งครั้งต่อเดือน ตามที่ฝ่ายปกครองขอให้เข้าร่วม ซึ่งเด็กที่สุ่มเสี่ยงคือกลุ่มที่พ่อแม่ทำงานต่างจังหวัด เด็กที่อาศัยกับตาและยาย ในลักษณะนี้เด็กมักขาดการอบรม การดูแลเอาใจใส่ และนำไปสู่ปัญหาเด็กเสพยาเสพติด ดื่มสุรา หรือแม้กระทั่งการขายบริการทางเพศก็ด้วยเช่นกัน” ร.ต.อ.อิสระ กล่าว

ขอขอบคุณข้อมูล : suemuanchonnews

เปิดอ่าน 555 ครั้ง

ข่าวล่าสุดของหมวดหมู่ ข่าวโซเชียล

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook