วันศุกร์ 17 สิงหาคม 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > งานนี้อาจคดีพลิก? คดีเด็ก ป.3 จ้างเพื่อนมาข่มขืนเด็ก ป.1 ล่าสุดผลตรวจออกมาแล้ว!!

งานนี้อาจคดีพลิก? คดีเด็ก ป.3 จ้างเพื่อนมาข่มขืนเด็ก ป.1 ล่าสุดผลตรวจออกมาแล้ว!!

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 28 พฤษภาคม 2018 เปิดอ่าน 1,183 ครั้ง

จากกรณีเฟซบุ๊กดังเตชะทับทองโพสต์เรื่องราวสะเทือนขวัญกรณีเด็กหญิงวัย7ขวบนักเรียนชั้นป.1โรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.กระสังจ.บุรีรัมย์ถูกเด็กชายวัย7ขวบ2คนและเด็กชายวัย10ขวบ1คนรุมทำอนาจารแล้วมีการว่าจ้างให้เด็กป.5กดหัวให้จมน้ำบริเวณแอ่งน้ำในสระน้ำสาธารณะกลางหมู่บ้านหวังฆ่าปิดปากเมื่อวันที่24พ.ค.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดนางสาวกุลจิราโฉมไสวหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบุรีรัมย์เปิดเผยว่าจากการสอบถามเด็กหญิงที่ถูกกระทำและกลุ่มเด็กชายที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดยืนยันว่าเหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปตามที่มีกระแสข่าวโดยเฉพาะเรื่องของการข่มขืนแต่ที่จริงเป็นการหยอกล้อกันส่วนเด็กชายชั้นป.5ที่ถูกระบุว่าได้รับการว่าจ้างจากเด็กชายชั้นป.3ให้กระทำเด็กหญิงนั้นก็เป็นเพียงแค่คนที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยจึงสันนิษฐานได้ว่าคุณยายอาจจะเข้าใจผิดจากภาพที่ได้เห็นและคาดว่าเด็กน่าจะทำเลียนแบบจากสื่อที่เคยเห็นมาก่อน

ด้านตำรวจสภ.กระสังเปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่าจากการสอบปากคำเด็กทั้ง2ฝ่ายเด็กหญิงยืนยันว่าไม่ได้ถูกล่วงละเมิดและไม่ได้ถูกกดน้ำซึ่งตรงกับคำให้การของเด็กชายแต่ขัดกับคำให้การของคุณยายขณะที่ผลการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการข่มขืนแต่อย่างใด

ขณะที่นพ.ยงยุทธวงศ์ภิรมย์ศานติ์ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิตกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมากล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่าเรื่องนี้อยากให้สังคมค่อยๆพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านเชื่อว่ายังมีรายละเอียดอีกมากแต่สิ่งแน่นอนคือได้เกิดความรุนแรงระหว่างเด็กขึ้นแล้วและมีเด็กเป็นผู้ถูกกระทำและเป็นผู้กระทำโดยคำว่าข่มขืนหรือจ้างวานล้วนเป็นคำพูดของผู้ใหญ่ ที่นำมาใส่ในเด็กจึงคล้ายลักษณะใส่ไข่อีกทั้งต้องเข้าใจข้อเท็จจริงเรื่องสรีระของเด็กด้วยว่าในเด็กผู้ชายอวัยวะเพศจะแข็งตัวเมื่ออายุ12ปีขึ้นไปหรือเป็นวัยรุ่นฉะนั้นเด็กป.5จะทำการข่มขืนได้ต้องเป็นที่มีร่างกายโตว่าเด็กทั่วไปส่วนการจ้างวานเชื่อว่ายังเร็วเกินไปที่เด็กวัยประถมจะคิดได้จึงเชื่อว่าน่าจะมีรายละเอียดอีกมาก

โดยตามปกติในการพิจารณาคดีของศาลเยาวชนและครอบครัวมักให้ความเห็นว่าความรุนแรงในเรื่องนี้ต้องได้รับการแก้ไขไม่สามารถยอมความหรือกลบเกลื่อนหรือให้แล้วต่อกันได้เพื่อให้ความรุนแรงในเด็กลักษณะนี้ได้รับการแก้ไขทั้งตัวผู้กระทำความรุนแรงและผู้ถูกกระทำต้องได้รับการเยียวยาบาดแผลในจิตใจการยอมความจะทำให้ทั้ง2ฝ่ายไม่ได้รับความช่วยเหลือเพราะในส่วนของผู้กระทำความรุนแรงหากเป็นเด็กเติบโตไปก็อาจก่อความรุนแรงมากขึ้นเพราะไม่มีการปรับแก้ไขแต่ต้นส่วนคนที่ถูกกระทำก็มีบาดแผลในใจกลายเป็นปมด้อยดังนั้นเรี่องราวในช่วงวัยเด็กจึงเป็นรากฐานสำคัญในอนาคต

สิ่งสำคัญที่สังคมควรให้ความสนใจจากข่าวนี้เริ่มแรกหยุดดราม่าพิจารณาข้อเท็จจริงเพราะถ้อยคำจากข่าวทั้งข่มขืน,จ้างวานอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมดเพราะคำพูดเหล่านี้เป็นคำของผู้ใหญ่ไม่ใช่เด็กและต้องเข้าใจว่าความรุนแรงระหว่างเด็กมีทุกยุคทุกสมัยมีความรุนแรงหลายระดับเช่นเด็กแกล้งกันในโรงเรียน,นักเรียนตีกันแต่ปัญหาเหล่านี้ต้องมีการแก้คนก่อความรุนแรงต้องปรับพฤติกรรม,คนถูกกระทำต้องได้รับการช่วยเหลือในประเทศญี่ปุ่นมีเด็กที่ถูกเพื่อนรังแกเริ่มแรกไม่ไปโรงเรียนจนท้ายที่สุดฆ่าตัวตายดังนั้นต้องมีการฝึกให้เด็กรู้จักแก้ปัญหาตั้งแต่ฝึกการขอความช่วยเหลือพ่อแม่ต้องรับฟังอย่ามองเป็นเรื่องของเด็ก,และไปพูดคุยกับครูประจำชั้นร่วมกันฝึกให้เด็กเข้มแข็งแต่ไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้ส่วนเด็กที่ก่อความรุนแรงหากทางโรงเรียนแจ้งผู้ปกครองมาอันดับแรกพ่อแม่อย่าเข้าข้างปกป้องลูกยอมรับความจริงให้ได้และวางแผนแก้ไขปรับพฤติกรรม

เปิดอ่าน 1,183 ครั้ง