วันพฤหัส 14 ธันวาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > เกร็ดความรู้ >  บทเรียนราคาแพง! จากเศรษฐีพันล้าน สู่ พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยว เป็นอุทาหรณ์สอนใจที่ดีมาก!

 บทเรียนราคาแพง! จากเศรษฐีพันล้าน สู่ พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยว เป็นอุทาหรณ์สอนใจที่ดีมาก!

หมวดหมู่ : เกร็ดความรู้ 26 กันยายน 2017 เปิดอ่าน 347 ครั้ง

จาก”เศรษฐีพันล้าน” สู่อาชีพ “พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยว” ที่ชีวิตตกอับ ล้มละลาย ในวัย 76ปี ชะตาชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากคนที่เคยทะนงตนยามร่ำรวย ดูถูกคนอื่นที่ด้อยกว่า อะไรคือจุดเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่แท้จริง กับบทเรียนราคาแพงที่เขาได้รับ

ขอเวลาสัก 1 นาที อ่านแล้วดีจริงๆ…

จากมหาเศรษฐี “รวยพันล้าน” หมดตัวไม่เหลืออะไร ชีวิตตอนแก่สุดแสนลำบาก รวยแล้วอย่าลืมตัว บทเรียนจากชีวิตจริง!!
“ชีวิตมีขึ้นมีลงอย่าดูถูกใคร”

มีอดีตเจ้าของที่ดินมากกว่า 500 ไร่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนผมมีที่ดิน 500 ไร่ รวมๆกันทุกเขตของกรุงเทพ และเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศ ตอนนั้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ผมพกเงินในกระเป๋ากินเหล้าครั้งละแสน ทำธุรกิจค้าขายไม้ ได้เงินดีจริงๆ ลูกๆผมส่งเรียนเมืองนอกหมด ไม่ต้องทำงานเรียนอย่างเดียว

เมียผมชอบเล่นหุ้น หุ้นก็ขึ้นเอาๆเรามีเงินสดหลายร้อยล้าน มีญาติผมคนหนึ่งเดือดร้อนมายืมเงินผม ผมด่าเขาซะไม่มีชิ้นดี แต่ก็ให้เงินไปนะแสนนึง แล้วบอกเขาว่า ไม่ต้องมาหากูอีกนะ กูทานให้ เขารับเงินพร้อมน้ำตา “ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าเขาจะรู้สึกยังไง”

ปีต้มยำกุ้งผมไม่สะดุ้ง แต่ปีน้ำท่วมน้ำพัดทุกอย่างไปจากชีวิตผมจริงๆ เมื่อผมคิดการใหญ่ตั้งโรงงานอะไหล่ที่อยุธยา ไม่ได้ทำโรงไม้แล้ว รถผม 19 คัน บ้านอีก 5 หลัง ที่ดินทั้งหมดและเงินสดที่เคยมี แฟนผมเล่นหุ้นเจ๊งไปสี่ร้อยกว่าล้าน ลูกๆทำธุรกิจก็หมดตัวขาดทุนย่อยยับ ภายใน 2 ปีสิ่งที่ผมมีมันหายไปหมด เหลือไว้เพียงหนี้สินสองร้อยกว่าล้านปัจจุบัน ผมคือบุคคลล้มละลาย เช่าห้องแถวอยู่พอได้ขายก๋วยเตี๋ยวประทังชีวิตรอความตายไปวันๆ เมียผมก็ไม่มีกระจิตกระใจทำอะไร ลูกๆผมไม่เคยเห็นหน้า ตอนนี้ผมอายุ 76 ผมต้องยกหม้อก๋วยเตี๋ยว ล้างจาน

ทุกวันนี้ผมปลงได้แล้วนะ ผมมาลำบากตอนแก่ เงินค่าเช่าห้องนี้ผมไปยืมกับคนที่ผมเคยด่าเขาแล้วให้เขาไปแสนนึง ลูกเขายื่นเงินให้ผมแสนห้าแล้วบอกผมว่า “พ่อผมบากหน้าไปยืมเงินคุณลุงเพราะตอนนั้นผมเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดสมอง พ่อนั่งร้องไห้ คุณลุงด่าแล้วโยนเงินให้เหมือนหมา

ลุงบอกว่าจะตีพ่อ พ่อก็ยอมเพราะชีวิตลูกมีค่ามากกว่าสิ่งใด ต่อให้ทำร้ายร่างกายและจิตใจพ่อก็ยอม ถ้ามีเงินจะให้คืนคุณลุง แสนนี้ผมคืน ห้าหมื่นคือดอกเบี้ย เราไม่มีหนี้บุญคุณกัน แต่ถ้าคุณลุงลำบากคุณลุงมายืมกับผมๆจะให้กู้ ผมจะไม่ด่าคุณลุงเหมือนที่คุณลุงด่าพ่อผม จริงๆถ้าไม่มีเงินคุณลุงผมคงตายแล้ว แต่ถ้าพ่อผมไม่อดทนเพื่อแลกชีวิตผม ผมก็ตาย ผมทำตามที่พ่อบอกแล้ว ลูกพ่อดูแลพ่อ ส่วนลูกคุณลุงผมไม่รู้ กรรมของใครของมัน”

ผมเดินร้องไห้มาถึงบ้าน เอาเงินจ่ายค่าเช่าห้องแถว ลงทุนมีเงินเก็บไว้ 30,000 บาท และผมเข้าใจความรู้สึกของคำว่า “กรรมนั้นตามสนอง”

หลานไม่ได้ด่าผมแต่หลานพูดความจริง เพียงแต่ผมรับความจริงไม่ได้ แต่ตอนนี้ผมมีความสุขดีนะ พระ แม่ชี ขอทาน มากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านผม ผมไม่คิดเงิน ตอนผมมีเยอะๆ ผมเบื่อคนบอกบุญ ผมหลอกเขาว่านับถือคริสต์ ผมไม่เคยทำบุญ

ผมเที่ยว ผมกิน ผมมีผู้หญิง ตอนนี้ผมหมดตัวมีหนี้สิน สิ้นเพื่อน ไร้ลูก ผมถึงได้ฟังธรรมะ เข้าวัดเป็น รู้จักทาน อีกหน่อยก็คงตายไป ผมห่วงแค่เมียผม ผมภาวนาให้เมียผมตายก่อนผม เพราะถ้าผมตายก่อนเมียผม ผมจะตายตาไม่หลับ

ไม่ต้องถามว่าร้านอยู่แถวไหน เพราะจะไม่บอก เก็บเรื่องราวมาให้อ่าน คนอ่านจบได้กำไร คนขี้เกียจอ่านก็คงพลาดโอกาส กำลังใจจากคุณตาที่ให้มา “ไม่มีคำว่าอดตายสำหรับคนขยัน ไม่มีการปลงตกถ้าไม่เคยสูงสุดแล้วมาต่ำสุด”

.เรื่องนี้สอนใจได้ดีมากสำหรับใครหลายๆคนที่ทะนงตนและลืมตัว ยามที่ร่ำรวยมีเงินทอง จงอย่ามองคนอื่นเช่นผักปลา ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งที่ตนเองไม่เหลืออะไร คนที่เราเคยดูถูกไว้ อาจให้ชีวิตเรากลับมาอีกครั้ง

ขอบคุณที่มา: http://www.kratisod.com/news/socialnews/16849

เปิดอ่าน 347 ครั้ง